มะรุมเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารอยูในหลายประเทศ มะรุม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Maringa progress  Lank. มะรุมมีชื่อเรียกต่างๆคือ" Drum stick  tree" " Horse radish tree"  "Kelor tree " ส่วนต่างๆ ที่่่่ใช้รับประทานคือ ใบ ผล ดอกและฝักอ่อน สำหรับในประเทศไทยนิยมใช้ฝักมะรุมปรุงอาหารในรูปแกงส้ม แกงอ่อม

การใช้ประโยชน์มะรุมทางยา พบว่า เกือบจะทุกๆส่วนของต้นมะรุมมีการนำไปใช้ทางยาแถบเอเชียใต้ ส่วนที่ใช้คือ ราก เปลือกต้นกัม( Gum) ใบ ผล(ฝัก) ดอก เมล็ด  และน้ำมันจากเมล็ด (อ้างอิง)  ในตำรายาพื้นบ้านใช้ใบมะรุมพอกแผลช่วยห่ามเลือด ทำให้นอนหลับ  เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ และช่วยแก้ไข ใช้ส่วนดอกและผลเป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ใช้ส่วนเมล็ดบดพอกแก้ปวดข้อตามข้อและแก้ไข้(อ้างอืงที่2)มีรายงานกล่าวถึงการนำพืชนี้มาใช้เป็นยาครอบจักรวาล(panacea)  (อ้างอิงที่3)

ในภาพรวมของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการวิจัยในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองพบว่ามะรุมมีฤทธิ์ที่น่าสนใจมากมาย เช่นมีฆทธิ์ลดความดันโลหิต  ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านมะเร็งลดระดับคลอเลสเตอรอล ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร  ป้องกันตับอักเสบ ต้านออกชิเดชั่น ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาลและฤทธิ์ต้านการอักเสบ

ประโยชน์ดีๆของมะรุม

-มะรุมมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

-มะรุมช่วยลดน้ำตาลในเลือด

-มะรุมช่วยลดระดับไขมันในเลือด

-มะรุมช่วยลดความดันโลหิต

-ลดการทำลายเนื้อเยื่อหัวใจ

-ลดการเป็นพิษต่อตับ

-ลดอาการสมองเสื่อมอัลไ.เมอร์

-ต้านเชื้อแบคทีเรีย

-ต้านการเกิดเนื้องอก

ข้อแนะนำในการรับประทาน

แม้ว่าจะเป็นที่นิยมรับประทานกันมาเป็นเวลานานหรือเป็นอาหารสุขภาพที่นิยมรับประทานกันในคนไทยมาร่วมปีแล้ว แต่เนื่องจากมะรุมยังไม่มีงานวิจัยความเป็นพิษระยะยาวในสีตว์ทดลอง คำแนะนำคือ ควรมีระยะเวลาพักในการรับประทานบ้างคือ อาจจะไม่รับประทานต่อเนื่องทุกวัน ควรมีระยะพักต่อเดือนปนะมาณ 5-7 วัน