โคเอนไซด์คิวเท็น Co-Q10

In stock

660.00฿ 495.00฿

ไมเกรน # โค-คิวเทน แมกซ์ (ตรากิฟฟารีน)

Co-Q10 กิฟฟารีน
  ืลดอาการปวดหัวไมเกรน
ราคาปกติ      บาท
ราคาสมาชิก       บาท

โรค เลือดจาง ทาลัสซีเมีย เกิดจากอะไร กินอาหารเสริมอะไรดี

ทาลัสซีเมีย เป็นโรคทางกรรมพันธุ ที่คนไทยเป็นมากที่สุด มีคนที่เป็นพาหะ อย่างน้อย ยี่สิบล้านคน แบ่งเป็นกลุ่ม ใหญ่ๆเป็นสองแบบ ก่อน คือ เป็นโรค กับเป็นพาหะ ถ้าเป็นโรคยังมีหลายชนิด

โรค จะมีอาการ ตั้งแต่เล็กน้อย ถึงมาก คือเป็นเม็ดเลือดแดงไม่แข็งแรง บิดเบี้ยว เม็ดเลือดมีอายุสั้นกว่าเดิม แตกง่าย บางรายหนักมากจน ต้องให้เลือดทุกเดือนเลยทีเดียว บางรายม้ามโตด้วยต้องตัดม้ามออกก็มี ถ้าตัดม้ามก็ ไม่เป็นไรมาก เพียงแต่ติดเชื้อได้ง่าย ก็เพียงแต่มีผ้าปิดปาก ระวังในช่วงที่เข้าไปในที่แออัด

เราแนะนำ นูตริโฟลิก วีทกราส โคคิวเทน เกรปซีอี แอสต้าแซนธิน และห้ามกินธาตุเหล็ก คือ ห้ามสไปรูไลน่านะครับ

ส่วนที่เป็นพาหะทาลัสซีเมีย มักจะมีอาการน้อยมาก หรือไม่มีอาการเลย และไม่ต้องให้เลือด อย่างมากก็ทานยาบำรุงเลือด เช่น โฟลิก อาจจะแนะนำวีทกราส โคคิวเทน ได้และห้ามสไปรูไลน่า เช่นกัน บางรายไม่ต้องวิตามิน ยา อาหารเสริมอะไรเลย และดูไม่ออกว่าเป็นพาหะเลย ก็มีจำนวนมาก

ถ้าโรค หรือ พาหะ แต่งงานกับคนปกติ ลูกจะมีโอกาสเป็นพาหะได้ และมีอาการน้อยมาก หรือไม่มีอาการ เพียงแต่พร้อมจะนำกรรมพันธุ ไปสู่หลานในอนาคต

ถ้าพาหะ แต่งงานกับ พาหะ หรือ คนเป็นโรค ลูกจะเป็นพาหะ หรือเป็นโรคแบบจัดหนักได้เลย ดังนั้นต้องมีการตรวจเลือดก่อนแต่งงานและปรึกษาสูตินรีแพทย์ ก่อนการตั้งครรรภ์ เพื่อตรวจเลือดละเอียดก่อนที่จะตัดสินในว่าจะมีลูกด้วยกันหรือไม่นั่นเอง

 

โคเอนโซม์ คิว 10
สารสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ มีหน้าที่สร้างพลังงานให้กับเซลล์ทุกเซลล์และมีบทบาทในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ  ชะลอความเสื่อมของเซลล์ โคเอนไซม์ คิว 10 ละลายได้ดีในไขมัน  เช่น น้ำมันจมูกข้าว และออกฤทธิืได้ดีกว่าในรูปผงแห้ง ในแง่ของการเพิ่มพลังงานให้กับเซลล์และเพิ่มการต้านอนุมูลอิสระถึง 300% นอกจากนี้ โคเอนไซม์  คิว 10 ยังมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถนำวิตามิน อี ที่หมดฤทธิ์ไปแล้วให้กลับมามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเหมืิอนเดิมอีกครั้ง
อ้างอิง: Mukal et al. 1992 J. Bio Chem.257 (31):22277-81
เรื่องน่ารู้ของโคเอนไซม์ คิวเทน และสารอาหารที่ช่วยในเรื่องหัวใจ
โคเอนไซม์ คิวเทน ( Coebzyme  Q10 ) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโค-คิวเทน  (Co-Q10 ) เป็นสารที่พบในร่างกายตามธรรมชาติ  ร่างกายต้องใช้โคเอนไซม์คิวเทนในการเจริญเติบโตของเซลล์  รวมถึงปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายอันเป็นสาเหตุนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็ง
สรุปคุณสมบัติของโคเอนไซม์ คิวเทน
ลดความเสื่ยงในคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง ( Congestive Heart Failure) ทั้งนี้มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานโคเอนไซม์ คิวเทน 120 มก.ต่อวัน ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดจะช่วยลดอัตราการเป็นซ้ำ และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ( อ้างอิง 1 )
และในปริมาณสูงยังมีประโยชน์ในการผ่าตัดหัวใจโดยทำให้หัวใจทนทานต่อการขาดเลือดและฟื้นตัวได้ดีขึ้น ( อ้างอิง 2 )
  • มีบทบาทสำคัญในการทำลายสารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น  ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายจึงช่วยป้องกันเรื่องหลอดเลือดหัวใจอันเกิดจากการที่แอลดีแอลโคเลสเตอรอล(LDL Cholesterol) ถูกออกซิได(Oxidized) ด้วยอนุมูลอิสระ (อ้างอิง 3) และสะสมในผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบและผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้นกลายเป็นพล๊าค ( Palque) หรือตะกอนในผนังหลอดเลือด เกาะที่ผนังหลอดเลือดส่งผลทำให้หลอดเลือดแข็ง ไม่ยืดหยุ่่นและตีบตัน นำมาซึ่งโรคของหัวใจได้
  • ช่วยลดระยะที่ป่วยต่อครั้ง  รวมถึงลดความถี่ในการปวดหัวไมเกรน(Migraine) ทั้งนี้มีงานวิจัยที่แสดงว่า การให้กลุ่มที่เข้ารับการทดสอบ 31 คน  มีระยะที่ปวดไมเกรนในแต่ละครั้งลดลงมากกว่า 50% กล่าวคือระยะเวลาที่ปวดโดยเฉลี่ย 7.34 วันต่อเดือน ลดลงเหลือเฉลี่ย 2.95 วันต่อเดือนหลังจากได้รับโคเอนไซม์ คิวเทนเป็นระยะเวลา 3เดือนและช่วยลดความถี่ในการปวดจากเดิมที่ความถี่ 4.85 เหลือ2.81  โดยไม่มีผลข้างเคียง ( อ้างอิง 4,5 )
  • โคเอนไซม์ คิวเทน ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพลังงานของร่างกาย  โดยจะช่วยในการเปลี่ยนอาหารที่เรารับประทานเข้าไปเป็นพลังานในไมโตรคอนเดรียที่อยู่ในเซลล์ร่างกาย ถือว่ามีบทบาทสำคัญในไมโตรคอนเดรียอันเป็นแหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ ( Key role in Mitochondrial bloener getics ) จึงพบโคเอนไซม์ คิวเทนได้มากในอวัยวะที่ใช้พลังงานในการทำงานมาก เช่น หัวใจ ปอด และตับ ( อ้างอิง6-8 )
  • อาจจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยทาลัสซีเมียรุนแรง ชนิดเบต้า  ทาลัสซีเมีย อี (Bata-thalassemia /Hbe) ซึ่งจะมีระดับโคเอนไซม์ คิวเทนในเลือดต่ำลงการให้โคเอนไซม์ คิวเทนทำให้ลดภาวะออกซิเดชั่นภายในเซลล์ และอาจทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ( อ้างอิง 9 )
  • อาจจะมีประโยชน์ในโรคทางสมอง  ได้แก่ โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (Dememtia) โรคความจำเสื่อม ( Aizheimer's disease) และโรคปาร์กินสัน( Parkins on's disease)  (อ้างอิง 10 ) โรคหอบหืด (Bronchialasthma) (อ้างอิงที่ 11 ) โรคไตเสื่อมเรื้อรัง (Tubulopathy and chronic tubulointerstcial nephritis) (อ้างอิงที่ 12 )  แม้ว่าการวิจัยสำหรับโรคปาร์กินสัน โรคหอบหืด และโรคไต พบว่ายังไม่ได้ผลในการรักษา แต่โรคเหล่านี้มีกลไกลจากความเสื่อมของเซลล์ ซึ่่งสารต้านอนุมูลอิสระมีบทบาท  และพบว่าระดับโคเอนไซม์  คิวเทน ในเลือดต่ำลงในโรคเหล่านี้ด้วย อีกทั้งยังมีความปลอดภัยและมีประโยชน์จากการวิจัยในระดับเซลล์และในสัตว์ทดลอง ปัจจุบันมีงานวิจัยในคนที่มากขึ้นสำหรับโรคทางสมองเสื่อมอีกหลายชนิด
  • กล่าวโดยสรุป โคเอนไซม์มีบทบาทสำคัญมากมายรวมถึงประโยชน์ต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ว่าจะช่วยในเรื่องของหัวใจการเป็น Antioxidant  ที่ทำลายอนุมูลอิสระเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพลังงานของเซลล์รวมถึงช่วยในเรื่องการปวดหัวไมเกรน อาจจะมีประโยชน์ในผู้ป่วยทาลัสซีเมีย อี (Betathalassemai/Hbe) และอาจจะมีประโยชน์ในโรคทางสมองได้แก่ โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ โรคความจำเสื่อม และโรคปาร์กินสัน ดังกล่าวมาแล้วเบื้องต้น
  • เนื่องจากปริมาณโคเอนไซม์ คิวเทนที่มีในร่างกายจะลดลงตามวัยที่มากขึ้น การรับประทานโคเอนไซม์ คิวเทน จึงเป็นทางเลือกหนึงในการเสริมสุขภาพ

สรุปคุณสมบัติของทอรีน ( Taurine)
ทอรีนเป็นกรดอินทรีย์ชนิดหน่ึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยม ทำเป็นอาหารเสริมในต่างประเทศ พบมากในสมอง ในหัวใจ ในจอตา และในกล้ามเนื้อ ในน้ำนมขอมนุษย์มีส่วนในการเมตาบอลิซึมเซลล์ต่างๆ  ทั้งเรื่องการควบคุมการทำงานของแคลเซียมในเซลล์  และเผาผลาญน้ำตาล   ช่วยในการทำงานของเซลล์ในกล้ามเนื้อหัวใจ ปัจจุบันนิยมใช้ในเรื่องบำรุงหัวใจและเบาหวาน (อ้างอิงที่ 13 )
ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทสำคัญในร่างกาย  ทอรีนจะเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำดี ทั้งนีี้มีรายงานวิจัยสนับสนุนว่าการเสริมทอรีนให้แก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง( Congesstive  Heart failure ) ให้ผลที่ดีและมีความปลอดภัย (อ้างอิงที่ 14 )
สรุปคุณสมบัติ แอล- คาร์นิทีน ( L-Carnitine )
แอล-คารฺ์นิทีนเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้  มีบทบาทในกระบวนการเผาผลาญ โดยเป็นตัวนำกรดไขมันเข้ามาสู่ไมโตคอนเดรียของเซล์ มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า แอล-คาร์นิทีนมีประโยชน์ในการรักษาโรคหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจล้มเหลวจากเลือดคั่ง (Congesstive Heart failur )
สรุปคุณสมบัติของซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ (Citrus Biofavonoid)
ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ ถือเป็นสารอาหารสำคัญจากพืชผักและผลไม้ที่เรียกว่า ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytinutrients ) ชนิดหนึ่ง จัดเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาโวนอยด์ก็เป็นหนึ่งในไฟโตนิวเทรียนน์ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่ามีคุณสมบัติด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันยอมรับทั่่วโลกในการต่อต้านการเป็นมะเร็งและการเป็นโรคหัวใจ ( อ้างอิงที่ 17 )
เอกสารอ้างอิง
1.Effect of coenzyme Q10on risk off otherosclerosis in patients with recent myocardial infarction,Moi Cell Biochem.2003 Apr;246 (1-2 ):75-82
2.Coenzyme Q10 therapy before cardiovase  surgery improves mitochondrial function and in vitro  contractility of myocardial tissue.J Thorac  Cardiovase Surg.2005 Jan;129(1):25-32
3.Dietary antioxidants in preventing atherogenesis,Atherosclerosis.2006 Jul;187(1):1-17.Epub 2005 Nov 28
4.Open label trial of coenzyme Q10 in as a migraine preventive, Cephalalgia. 2002 Mar;22(2):137-41
5.Efficacy of coenzyme Q10 in migraine prohyEffectlaxis: a randomized controlled trail., Neurology. 2005 Feb 22;64(4):713-5
6.Coenzyme Q10, Overview. National ancerInstitute.,U.S.National Institutes of Health., www.cancer.gov
7.Coenzyme Q10- wikipedia,the free encyclopedia.,www.wikipedia.org/wiki/Coenzyme_Q
8.Bioenergetic and antioxidant properties of coenzyme Q10:recent developments., Moi Biotechnoi0.2007 Sep;37(1):31-7
9.Effect of coenzyme Q10 as an antioxidant in beta-thalassemai/Hb E patients.,Biofactors.2005;25(1-4):225-34
10.The emergubg role of coenzyme Q10 in aging, neurodegeneration,cardiovascular disease,cancer and diabetes mellitus.,Curr Neurovase Res.2005 Dec;2(5):447-59
11.Decreased leveis of coenayme Q(10) in patients with bronchial asthma.Allergy.2002 Sep;57(9):811-4.
12.Efffect of coenzyme Q10 in patients with kidney diseases. Cas lek Cesk.2001 May 24;140(10):307-10.
13.Tourine and its potential therapeutic application. Postepy Hig Med Dosw.2008 Feb 25;62:75-86
14.Therapeuic effect of taurine in congestive heart failure: a double-blind crossover trial., Clin Cardiol.1985 May;8(5):276-82
15.L-carnitine treatment for congestive heart failureexperimental and clinical study., jpn  circ J.199 Jan;56(1):86-942
16.Carnitine from Wikipedia, the free encyclopedia., www.en.wikipedia.org
17.Antioxidant Activities of Flavonoids.Department of Environmental and Molecular Tocicology Oregon State University